9/20/2552

8.1 ลองวิ่ง(ต่อ)



คันนี้วิ่งใช้ได้นะครับ....ขับละแวกบ้านจะเพลินมากๆ
ระยะทางที่คาดว่าน่าจะวิ่งได้ ผมกะอยู่ที่ 100 กิโลเมตร/ชาร์จครับ
ถึง-ไม่ถึงยังไง จะมาคอยรายงานผลไว้ให้ทราบกันถ้วนหน้าที่นี่ครับ

มาถึงตรงนี้คงพอจะทราบอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับแบตไปพอสมควรแล้วนะครับ
อีกสิ่งหนึ่งซึ่งขาดไม่ได้เลย คือ เครื่องชาร์จแบต ตัวนึงเท่าตู้เย็นเล็กๆ ในโรงแรม
ราคาหมื่นกว่าบาท ที่คู่มือเขาจะเขียนไว้เลยว่าเป็นเครื่องชาร์จสำหรับรถยก Fork-lift
ในแวดวง EV เขาเรียกเครื่องชาร์จแบบนี้ว่า Smart Charger ครับ
มันไม่ได้ชาร์จแค่ให้เต็ม แต่ให้ทุกลูกเต็มเท่าๆ กันอีกด้วย
มิฉะนั้นมันจะ"สึกหรอ"ไม่เท่ากัน ลูกใกล้ๆ ต้องโดนดึงไฟมากกว่าลูกไกล
ถ้ามีโวลท์มิเตอร์นี่จิ้มดูจะรู้เลยครับ แต่ละลูกจะมีพลังงานไฟภายในไม่เท่ากันเลย
ถ้าเราซื้อเครื่องชาร์จธรรมดามาตามจำนวนแบต หรือไล่ชาร์จไปลูกละแปดชั่วโมง ทีละลูก
มันก็แก้ปัญหาไฟไม่เท่ากันได้.....ไม่งั้นลงทุนอีกนิดหน่อยซื้อเครื่องสมาร์ทชาร์จไปเลยดีกว่า
แบบธรรมดา 12v. ราคาพันปลายๆ ผมมี 30v. ธรรมดาซื้อมาที่สามพันนิดๆ
48v. แบบ Smart Charge ราคาหมื่นสองพันบาท ผมว่ามันเป็นสิ่งที่คุ้มมาก กดปุ่ม Equalizing ให้มันทำงานอาทิตย์ละครั้งเท่านั้นเองครับ

นอกเรื่องนิดนึง.....
ผมวัดจากรถธรรมดาที่ใช้อยู่ครับ กับรถเพื่อนๆ......
เครื่องชาร์จธรรมดาราคาสามพันนิดๆ ( 30 v.)
ถ้ามันยืดระยะเปลี่ยนแบตจากสอง เป็นสามปี ให้กับรถสี่ห้าคันได้ คุณว่ามันคุ้มไหมครับ
แบตตะกั่วธรรมดาๆ ทุกวันนี้ก็ลูกละสองสามพันบาท สองปีเปลี่ยนที
แบตรถที่ผมใช้ก็สภาพไม่ดีนัก แต่ผมชาร์จมันเต็มทุกอาทิตย์
มันถึงหลุม แต่ไม่ยอมตายจะได้ปีนึงแล้วครับ อายุเข้าปีที่สามแล้ว
....แต่วัดค่าโวลท์ก็ยังโอเคอยู่ แบบ 12v. ธรรมดา ผมว่าน่าซื้อติดบ้านนะครับ


สมาร์ทชาร์จราคาหมื่นกว่าบาท ผมไม่คิดมากเลยครับ
โดยเฉพาะรถที่เปลี่ยนแบตทีละสามหมื่นกว่าๆ (ถ้า 12v. ก็สองหมื่นกลางๆ )
.... ถ้ามันยืดอายุแบตออกไปให้ผมได้สักปีเดียว มันก็คุ้มมากแล้วครับ
บวกกับอีกเกือบหมื่นที่เพิ่มไปสำหรับแบต 6 v. เบ็ดเสร็จถ้าได้ใกล้ๆ สี่ปี นี่จะคุ้มมาก


ผมกะจะขับเก็บข้อมูลสักระยะนึง แล้วชุดมอเตอร์ แบตพวกนี้ก็จะย้ายไปอีกคัน
ใหญ่ขึ้น เล็กลง ติดแอร์....อะไรทำนองนี้ครับ เป้าหมายสุดท้ายที่หวังไว้
คือ 200 km. ด้วยไฟฟ้า+แสงอาทิตย์
รถพลังไฟฟ้า ถ้ายึดรูปแบบเดิมๆ ผมว่า
ไม่มีทาง
เห็นตัวเลขระยะทางที่ระดับโลกอย่าง Voltz
ทำได้ด้วยไฟฟ้าเพียวๆ
เกณฑ์ยังอยู่แค่ที่ 40 miles (64 km.)

หลายคนหวังว่าสักวันเทคโนโลยีจะดีขึ้น
แบตถูกลง
แต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้นสักนิดเลยนะครับ
ธุรกิจมีทางเดียวที่เดินได้ คือ ต้องทำกำไรให้สูงสุด
รถระบบไฟฟ้า หมายถึงอะไหล่สึกหรอหายไปเป็นพันรายการ
นอกจากทุบหม้อข้าวตัวเอง ความรู้เรื่องเครื่องยนต์ที่สะสมมาจะกลายเป็นศูนย์ทันที

ทว่ารถระบบไฮบริท เครื่องยนต์สองชนิด ทั้งแบบสันดาปภายใน + ไฟฟ้า
คือ รุกคืบ และก้าวกว้างๆ เข้ามาใน
อุตสาหกรรมพลังงานอีกทางหนึ่งด้วย
การขาย รูปแบบการบริหารจัดการก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเลย

รถพลังไฟฟ้า(ล้วนๆ) ยังเป็นอะไรที่ห่างไกลจากความเป็นไปได้อยู่มาก
มิตซูบิชิ iMiEV วางจำหน่ายในญี่ปุ่นด้วยราคากว่าหนึ่งล้านบาท
โดยรัฐบาลช่วยจ่ายสนับสนุนให้อีกคันละสามสี่แสนบาท

รถที่ว่านี้มีความเป็นไปได้ขนาดไหนในเมืองไทย!!!!
ลำพังราคาแค่สามสี่ล้านบาท มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเศรษฐีเมืองไทย
แต่ถ้าหากเราเล็งไปถึงการลดมลภาวะทั้งทางเสียง และอากาศ ปัญหาการจราจร
ลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ลดการขาดดุลการค้า เพิ่มการจ้างงา่นในระดับท้องถิ่น
เพิ่มทักษะความรู้ให้คนไทยผลิตสินค้าออกไปสู้ ออกไปสู่ตลาดโลก ฯลฯ

....รถแค่ฝูงหนึ่งไม่ทำให้อะไรดีขึ้นได้หรอกครับ

จีนเป็นประเทศที่ประกาศตัวว่าจะเป็นผู้นำรถพลังไฟฟ้าภายใน 3 ปี
แต่หนนี้ไม่มีเสียงหัวเราะคิกๆ คักๆ หลุดออกมาแม้แต่นิดเดียว
เหมือนสี่ห้าปีก่อน เมื่อตอนเห็นรถหัวเป็นเบนซ์ ท้ายเป็นบีเอ็ม
ผู้ผลิตแบตรายใหญ่ที่สุดของโลกในจีน จับมือกับผู้ผลิต
รถยนต์รายใหญ่ต้นๆ ของโลกจากฝั่งเยอรมัน รายย่อมลงมา
ต่างเซ็นสัญญากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งสิ้น.....

จีนสร้างตัวมาจาก เสื้อผ้า ของเด็กเล่น และเครื่องใช้ไฟฟ้า
สามอย่างนี้มีอะไรเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ มอเตอร์ ครับ
อาจไม่ใช่ในแง่ดีที่สุด แต่ในแง่ของความเป็นไปได้ในทุกๆ ด้านแล้ว
มอเตอร์จากจีนก็มีอะไรในตัวระดับหนึ่งนะครับ

อย่าเพิ่งมองข้ามการดัดแปลงแบบที่ผมทำอยู่นี้นะครับ
ผมคงไม่ได้พูด หรือให้คำแนะนำในฐานะผู้เชี่ยวชาญ.....
แต่ในแบบคนธรรมดาๆ เปลี่ยนยางยังไม่ค่อยเป็นเลย (เคยครั้งเดียว)
ผมว่ามันไม่ยาก ช่างบ้านๆ ที่ทำกับผมก็รู้สึกในทำนองเดียวกัน
เราลองไปดูกันไหมครับ ว่าทั่วโลกเขาทำอะไรกันไปบ้าง แล้วเราจะมาว่ากันว่า
เราพอจะเปลี่ยนงานอดิเรกของพวกฝรั่ง มาเป็นความหวังของชาติเราได้ไหม


ข้องใจตรงไหนก็เขียนมาได้เลยครับ
ถ้าไม่ยากไปนัก ผมก็จะตอบให้ครับ
ไม่มีเม้ม...เพราะไม่ค่อยมีอะไรให้เม้ม
ถ้าสนใจ ... อีกสักระยะมาลองขับได้นะครับ
ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้นครับ
ขอเวลาลองทดสอบ และจัดการให้มันลงตัวกว่านี้อีกสักหน่อยครับ




1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ3 มิถุนายน 2553 07:23

    สุดยอดของความพยามและใจที่รักในสิ่งประดิษฐ์ในเรื่องนี้ครับ....ก้าวต่อไปเพื่อโลกอนาคตของไทย

    สุรศักดิ์

    ตอบลบ